เรื่องของพ่อ

เรื่อง แม่ค้าคล่องราชาศัพท์
เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก เมื่อสมเด็จพระเทพฯทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า “ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ”
แม่ค้าตอบว่า ” ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80บาทจ๊ะ”
เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
แหล่งที่มา: www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

เรื่อง ทรงพระครรภ์
ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวี(ผิวหน้า)มีพระอาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษาคุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญ ทางราชาศัพท์ก็กราบบังคมทูลว่า
“เอ้อ – ทรง… อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ”
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง”
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า
” อ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ”
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
แหล่งที่มา: www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

เรื่อง คนในแบงค์
เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง ทางนางสนองพระโอฐก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
“คนที่แบงค์”

นางสนองพระโอฐก้อ งง …..งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่า พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์นะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิด กระเป๋าตังค์ แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ อิ อิ ขนลุกเลย
แหล่งที่มา: www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

 

เรื่อง ชื่อเดียวกัน
เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายรายงาน ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน ว่า

“ ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคม ทูลรายงาน ฯลฯ ”
เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ ถือสาว่า ” เออ ดี เราชื่อเดียวกัน..”
ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
แหล่งที่มา: www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

 

เรื่อง ดินเค็ม
พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่ทางภาคใต้ คือจังหวัดนราธิวาส ทางใต้นี้มีปัญหาเรื่องดินเป็นกรด มีความเค็ม
พระองค์จึงทรงรับสั่งถามกับชาวบ้านที่มาเฝ้ารับเสด็จว่า “ดินหลังบ้านเป็นอย่างไร เค็มไหม” ชาวบ้านก็มองหน้ากันแล้วทำหน้างง ก่อนตอบกลับมาว่า “ไม่เคยชิมสักที” ในหลวงทรงแย้มพระสรวล รับทรงสั่งกับข้าราชบริพารที่ตามเสด็จว่า “ชาวบ้านแถวนี้เขามีอารมณ์ขันกันดีนะ”
แหล่งที่มา:เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง มิกกี้เมาส์
เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านมา ประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ พอพระองค์ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
“ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง เรียกน้าสิถึงจะถูก
วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่ แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
“เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง ทุกข์ยามดึก
พลตำรวจตรีสุชาติ เผือกสกนธ์ ผู้อำนวยสำนักงานโครงการพระดาบส อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข การที่ได้ทรงพระกรุณารับฟัง และติดต่อทางวิทยุตำรวจเป็นประจำ จึงทรงทราบความลำบาก ความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย
ตำรวจประจำตู้ยามบางคนคับแค้นใจ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว ปัญหาการครองชีพ เมื่อเสพสุราแล้วครองสติไม่ได้ ไม่รู้จะระบายความในใจกับใคร จึงได้พล่ามบรรยายมาทางวิทยุ บางคนหลับยามไม่พอกดคีย์ ไมโครโฟนค้าง ทำให้มีเสียงกรนออกอากาศมาด้วย บางคนตะโกนร้องเพลงลูกทุ่ง ออกอากาศมาเป็นการแก้เหงา ก็มีที่จัดได้ว่าโชคดี คือ ศูนย์ควบคุมข่ายตำรวจแห่งชาติ “ปทุมวัน” กล่าวคือ ในยามดึกวันหนึ่ง พนักงานวิทยุคนหนึ่งได้ระบายความเดือดร้อน เนื่องจากหิวโหยไม่สามารถ หาอาหารรับประทานได้เพราะต้องเข้าเวร เมื่อทรงรับฟังแล้วทรงสงสาร จึงได้รับสั่งทางวิทยุกับผู้เขียนในฐานะที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นโดยตรงว่า “โปรดเกล้าฯ พระราชทานตู้เย็นเพื่อ เก็บอาหารสำรอง สำหรับเวรยามดึกให้ 1 ตู้”
แหล่งที่มา: วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน

เรื่อง รับใหม่
เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2528 เป็นวันสุดท้ายของพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของบัญฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันนั้นเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วประเทศในตอนบ่าย เป็นผลให้บัญฑิต 6 คนที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงนั้นหมดโอกาสที่จะถ่ายภาพตอนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ไว้เป็นที่ระลึก แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเสร็จพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งกับอาจารย์ที่หมอบถวายปริญญาบัตรอยู่ข้างๆที่ประทับว่า “ให้ไปตามบัญฑิต 5-6 คนนั้นขึ้นมารับปริญญาใหม่อีกครั้งหนึ่ง” เพื่อจะได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ยังความตึ้นตันให้กับนิสิตและคณาจารย์กันทั่วทั้งหอประชุม
แหล่งที่มา : เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง เป็นหมอ
ครั้งหนึ่งได้มีพิธีการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ พระองค์ทรงรับสั่งกับมหาดเล็กใกล้ชิดว่า “ฉันได้เป็นหมอความแล้ว” ต่อมาเมื่อมีการถวายปริญญาทางดิน ก็รับสั่งว่า “ตอนนี้เราได้เป็นหมอดินแล้ว” ไม่นานก็มีการถวายปริญญาทางดนตรีอีก จึงรับสั่งอีกว่า “ในตอนนี้เราเป็นหมอลำ”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง พระหมด
เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่าในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียน ราษฎร มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
“ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์”
ในหลวงทรงตรัสว่า “ขอเดชะ พระหมดแล้ว”
แหล่งที่มา: www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com

 

รื่อง ผู้หญิงตกเป็นของใคร
บางครั้ง ในหลวงของเราก็ต้องทรงทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว เช่น ชาวเขาคนหนึ่งได้มากราบบังคมทูลร้องทุกข์ว่า เขาได้ให้หมูสองตัวกับเงินก้อนหนึ่งแก่เมีย แต่เมียพอได้เงินแล้วกลับหนีตามชู้ไป พระองค์ก็ทรงตัดสินว่า สามีจะต้องได้รับเงินชดใช้ และให้ปล่อยภรรยาไปตามใจของเธอ ญาติของทั้งสองฝ่ายก็พอใจ รับสั่งเล่าด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า “แต่ที่แย่ก็คือ ฉันต้องควักเงินให้ไป… ผู้หญิงนั้นก็เลยต้องตกเป็นของฉัน” รับสั่งแล้วก็ทรงพระสรวล สักครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นก็นำสุราพื้นเมืองมาถวาย “ถ้าฉันเมาพับไป อะไรจะเกิดขึ้น ก็ไม่รู้”
แหล่งที่มา: วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน

 

เรื่อง เราจับได้แล้ว
ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ….ครั้งหนึ่งในงานนิทรรศการ “ก้าวไกลไทยทำ” วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2538 The BOI Fair 1995 commemorates the 50th Anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s reign”

(Board of Investment Fair 1995 BOI) หลังจากที่เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตามศาลาการแสดงต่างๆ ก็มาถึง ศาลาโซนี่ (อิเล็กทรอนิกส์) ภายในศาลาแต่งเป็น “พิภพใต้ทะเล” โดยใช้เทคนิคใหม่ล่าสุด “Magic Vision” น้ำลึก 20,000 league จะมีช่วงให้แลเห็นสัตว์ทะเลว่ายผ่านไปมา ปลาตัวเล็กๆ สีสวยจะว่ายเข้ามาอยู่ตรงหน้า ข้อสำคัญเขาเขียนป้ายไว้ว่า… ถ้าใครจับปลาได้เขาจะให้เครื่องรับโทรทัศน์ พวกเราไขว่คว้าเท่าไหร่ก็จับ ไม่ได้ เพราะเป็นเพียงแสงเท่านั้น แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า “เราจับได้แล้ว” พร้อมทั้งทรงยกกล้องถ่ายรูปชูให้ผู้บรรยายดู แล้วรับสั่งต่อ “อยู่ในนี้” ต่อจากนั้นคงไม่ต้องเล่า เพราะเมื่ออัดรูปออกมาก็จะเป็นภาพปลาและจับต้องได้ บริษัทโซนี่จึงต้องน้อมเกล้าฯ ถวายเครื่องรับโทรทัศน์ตามที่ประกาศไว้
แหล่งที่มา: วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน

 

เรื่อง ครูใหญ่
เมื่อครั้งหนึ่งกรมศิลปากรไม่มีครูที่จะประกอบพิธีไหว้ครู เพราะเนื่องจากไม่มีการมอบหมายหน้าที่ไว้ ในที่สุดเพื่อแก้ปัญหานี้ต้องไปทูลเชิญพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะว่าทรงเป็นเสมือนสมมุติเทพต้องให้ทรงเป็นผู้มอบหมาย เมื่อความทราบถึงพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “จะให้เป็นครูใหญ่ใช่ไหม”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง ทรงพระนามว่าเกาะช้าง
ครั้งหนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน ทางทะเล ระหว่างทางผ่านเกาะช้าง ทรงถาม ข้าราชการท้องถิ่นคนหนึ่งว่า “เกาะนั้นชื่ออะไร” ข้าราชการทูลตอบว่า “เกาะนั้นทรงพระนามว่า เกาะช้างพะย่ะคะ” ตรัสว่า “ถ้างั้นก็เป็นญาติกับฉันนะสิ”
แหล่งที่มา: วัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน

 

เรื่อง สามร้อยตุ่ม
มีหลายหนที่ทรงงานติดพันจนมืดสนิท ท่ามกลางฝูงยุงที่รุมตอมเข้ามากัดบริเวณพระวรกาย รอบพระศอ พระกร พระพักตร์ รวมทั้งแมลงต่างๆที่เข้ามารุมรบกวนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะยังทรงทอดพระเนตรแผนที่อยู่ภายใต้แสงไฟฉายที่มีผู้ส่องถวายอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน อย่างมากที่ทรงทำคือโบกพระหัตถ์ปัดไล่เบาๆเท่านั้น ครั้งหนึ่งมีรับสั่งเล่าเรื่อง “ยุง” ด้วยพระอารมณ์ขันว่า ที่บางจาก แต่ไม่มีจากหรอกนะ ยุงชุมมากเลย ไปยืนดูแผนที่เลยโดนยุงรุมกัดขาทั้งสองข้าง กลับมาขาบวมแดง ไปสกลนครกลับมาแล้วถึงได้ยุบลง มองเห็นเป็นตุ่มแดง ลองนับดูได้ข้างละ “ร้อยห้าสิบตุ่ม สองข้างรวมสามร้อยพอดี”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง ไปไหมเสี่ย
เมื่อสมัยก่อนเสด็จแปรพระราชฐานไปยังหัวหิน มักจะเสด็จฯออกไปยังตลาดหัวหินบ่อยครั้ง และบางครั้งเสด็จฯไปโดยลำพัง มีครั้งหนึ่งระหว่างจะเสด็จฯกลับ ซาเล้งที่ตลาดทูลถามว่า “ไปไหมเสี่ย” ปรากฏว่าเสี่ยพระองค์นี้สนพระทัย ก็ตรัสจ้างไปยังพระราชวังไกลกังวล โดยที่ซาเล้งคนนั้นไม่รู้ นึกว่าเป็นข้าราชการ แต่พอถึงหน้าพระราชวัง ทหารสั่งวันทยาวุธเท่านั้นแหละ ซาเล็งถึงรู้ว่าเสี่ยที่มาส่งนะเป็นใคร
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง สามมะขามป้อม
มีอยู่ครั้งหนึ่ง หลังจากปีนเขาขึ้นไปบนสันเขาลูกใหญ่ลูกหนึ่ง ก็มีผู้กราบบังคมทูลถามในหลวงว่า ภูเขาลูกใหญ่ที่ปีนเมื่อบ่ายวานซืนกับลูกนี้ ลูกไหนสูงกว่ากัน ในหลวงทรงตรัสตอบว่า “ลูกวานซืนนี้สูงกว่า เพราะฉันเคี้ยวมะขามป้อมถึงห้าลูกกว่าจะถึงยอด แต่วันนี้เพียงสามมะขามป้อมเท่านั้น”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง ให้เป็นช่าง
มีเรื่องหนึ่งเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว มีช่างไฟทำฝ้าเพดานในวังคนหนึ่งกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า และมีอีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวง เสด็จมา คนอยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนมองไม่เห็นและร้องบอกว่า “เฮ้ย จับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง” ในหลวง ก็ทรงจับบันไดให้ ช่างก็บอกว่า “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง” พอเสร็จก็ก้าวลงมา และเมื่อเห็นว่าในหลวง เป็นคนจับบันไดให้ ถึงกับเข่าอ่อนจะตกบันได รับลงมาก้มกราบ และในหลวง ทรงตรัสกับช่างว่า “แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

เรื่อง แอลกอฮอล์เข้มข้น
เหตุการณ์เมื่อปี 2513 วันนั้นท่านเสด็จไปหมู่บ้านท้ายดอยจอมหด อำเภอพร้าว เชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้านลีซอกกราบทูลชวนให้ไปแอ่วบ้านเฮา ท่านก็ทรงเสด็จตามเขาเข้าไปในบ้าน ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่และมุงหญ้าแห้ง เขาเอาที่นอนมาปูสำหรับให้พระองค์ประทับ แล้วก็รินเหล้าทำเองใส่ถ้วยที่ไม่ค่อยจะได้ล้าง จนมีคราบดำจับอยู่ ทางผู้ติดตามรู้สึกเป็นห่วงพระองค์ท่าน เพราะปกติไม่ทรงใช้ถ้วยที่มีคราบ จึงกระซิบทูลว่าควรจะทรงทำท่าเสวย แล้วส่งถ้วยมาพระราชทาน ผู้ติดตามจะจัดการเองแต่ท่านก็ทรงดวดเอง กร้อบเดียวเกลี้ยง หลังจากนั้นก็ทรงรับสั่งว่า “ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้น เชื้อโรคตายหมด”
แหล่งที่มา: เรื่องเล่าจากในวัง และพระราชอารมณ์ขันของในหลวง (เพจกลุ่มพิทักษ์รักราชันย์)

 

ขอบคุณทีมงาน
เที่ยวไปกินไป.com
sanook.com

Comments

comments

shares
%d bloggers like this: