10 ที่เที่ยวกาญจนบุรี ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมเด่น มีเวลานิดเดียวก็เที่ยวได้

รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรี อีกหนึ่งทางเลือกของการไปเที่ยวพักผ่อนที่กาญจนบุรี สามารถจัดเป็นทริปเที่ยวสั้น ๆ แบบไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ หรือจะไปค้างคืนก็ดี มีทั้งที่เที่ยวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

เคยมีความคิดอยากขับรถชิล ๆ ไปเที่ยวกาญจนบุรี แต่พอหาที่เที่ยวกาญจนบุรี ผลการค้นหาก็ขึ้นที่เที่ยวสวย ๆ มาเพียบเลยค่ะ พอลองคัด ๆ เลือก ๆ ก็ได้ที่เที่ยวกาญจนบุรีแจ่ม ๆ มา 10 แห่ง ซึ่งสามารถไปเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ หรือจะไปเที่ยวแบบค้างคืนก็ดี สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวกาญจนบุรี และยังสับสนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี มาดูทางนี้เลยค่ะ

1. สวนสัตว์เปิดซาฟารี ปาร์ค

Kan_1

สวนสัตว์เปิดซาฟารี ปาร์ค เป็นสวนสัตว์เปิดที่น่าท่องเที่ยวมาก ๆ ทันทีที่ได้เข้าไปด้านในจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแบบซาฟารี เหมือนไปเที่ยวทางฝั่งแอฟริกาใต้เลยล่ะ เพราะคุณจะได้พบกับสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด เพียงเปิดหน้าต่างกระจกรถยนต์สัตว์ต่าง ๆ ก็จะเดินมาทำความรู้จักเราอย่างคึกคัก โดยเฉพาะยีราฟ ใครอยากได้ถ่ายรูปกับยีราฟคอยาวตัวเป็น ๆ ต้องมาที่นี่เลย

ภายในสวนสัตว์เปิดซาฟารี ปาร์ค มีสัตว์หลายชนิด อาทิ ยีราฟ, ช้าง, ม้าลาย, อูฐ, เสือโคร่ง, สิงโต, เสือดาว, หมีควาย, ลามา, นกกระจอกเทศ, กวางชนิดต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีโชว์ช้างและจระเข้ให้ได้ชมกันด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ safaripark-kan.com

ที่ตั้ง : 40/2 หมู่ 5 ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.
ราคาค่าเข้าชม : คนไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 550 บาท เด็ก 350 บาท
โทรศัพท์ : 0 3467 8225, 08 6300 0667

2. ไร่กาลเวลา

Kan_2_1

Kan_2_2

Kan_2_3

ไร่กาลเวลา ฟาร์มออร์แกนิกสุดชิคในอำเภอท่าม่วง ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตเกษตรกรสุดเรียบง่าย และได้เลือกซื้อผัก-ผลไม้สด ๆ ปลอดสารพิษจากไร่ พร้อมกับทำกิจกรรมสนุก ๆ หลายแบบ อีกทั้งยังจะได้ลิ้มรสอาหารออร์แกนิก กาแฟอาราบิก้ารสชาติเข้มข้น และขนมหวานโฮมเมดอร่อย ๆ ภายในไร่มีการตกแต่งอย่างสวยงามน่ารัก บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะแก่การพาครอบครัวมาเที่ยวชมในวันหยุด

ที่ตั้ง : 2/1 หมู่ 1 ตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป
ราคาบัตรเข้าชม : ท่านละ 100 บาท
โทรศัพท์ : 08 0554 4281

3. ต้นจามจุรียักษ์

Kan_3

ต้นจามจุรียักษ์ ต้นไม้ขนาดใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นอยู่ท่ามกลางแมกไม้อีกมากมาย ต้นจามจุรียักษ์ต้นนี้มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาดลำต้นต้องใช้คนถึง 10 คนด้วยกันถึงจะโอบได้ทั้งต้น มีความสูงจากพื้นดินจนถึงยอดราว ๆ 20 เมตร กิ่งก้านแตกขยายออกไปเป็นวงรัศมีกว้างมากถึงประมาณ 26 เมตรเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาถ่ายรูปชิค ๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ที่ตั้ง : ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี

4. น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น

น้ำพุร้อนลิ่นถิ่น แหล่งท่องเที่ยวกาญจนบุรีแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาเมื่อตอนต้นปี 2561 เป็นบ่อน้ำพุร้อนขนาดไม่ใหญ่มากนัก อยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาที่สวยงามและบรรยากาศเงียบสงบ อุณหภูมิของน้ำพุร้อนโดยเฉลี่ยประมาณ 57 องศาเซลเซียส มีการจัดทำบ่อน้ำพุร้อนให้นักท่องเที่ยวได้มาแช่น้ำพักผ่อน แบ่งแยกออกเป็นบ่อรวม บ่อส่วนตัว และบ่อแช่เท้า และยังมีบริการนวดสปาธรรมชาติให้กับผู้ที่สนใจด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลลิ่นถิ่น อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 0 3468 4286 (เทศบาลตำบลลิ่นถิ่น)

5. จุดชมวิวป้อมปี่

Kan_5

จุดชมวิวป้อมปี่ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตกของไทย ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม รายล้อมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาที่สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การมาพักกางเต็นท์นอนชมดาว ยามเย็นที่นี่จะเห็นพระอาทิตย์ค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงลับลาไปหลังเขา มีแสงสีทองสะท้อนบนผืนน้ำไปทั่วทั้งเขื่อน เป็นที่ถูกอกถูกใจของนักท่องเที่ยวที่หลงรักธรรมชาติ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายปลายทางห้ามพลาดของจังหวัดกาญจนบุรีเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
ราคาบัตรค่าเข้าชม : ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
โทรศัพท์ : 0 3451 0431 (อุทยานแห่งชาติเขาแหลม)

6. เขาสันหนอกวัว

Kan_6

เขาสันหนอกวัว เป็นยอดเขาสูงในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,767 เมตร มีลักษณะคล้ายกับสันนูนบนหลังของวัว ซึ่งเราจะเรียกกันว่าโหนกหรือหนอก ด้านบนนั้นจะสามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอกได้อย่างสวยงามอลังการ และยังเห็นวิวของแนวเทือกเขาโดยรอบ ทะเลสาบของเขื่อนวชิราลงกรณ รวมทั้งเขาโล้นหรือเขาเรดาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพอากาศ สังกัดกระทรวงกลาโหม ได้อีกด้วย

การไปเที่ยวเขาสันหนอกวัวจะต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5-6 ชั่วโมง และต้องค้างด้านบน 1 คืน เปิดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้เฉพาะวันศุกร์ วันเสาร์ วันจันทร์ และวันอังคารเท่านั้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
โทรศัพท์ : 0 3451 0431 (อุทยานแห่งชาติเขาแหลม)
เฟซบุ๊ก : อุทยานแห่งชาติเขาแหลม

7. โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง

Kan_7

โบสถ์สแตนเลส วัดป่าลำขาแข้ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีที่น่าสนใจ ด้วยตัวโบสถ์นั้นสร้างขึ้นจากสเตนเลสทั้งหมด และยังมีการฉลุลวดลายอย่างสวยงาม และปัจจุบันยังมีเจดีย์สเตนเลสใหญ่ที่สุดในโลก และพระพุทธรูปสเตนเลส หลวงพ่อพระพุทธศรีสวัสดิ์มงคลตั้งอยู่ด้วย ที่นี่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายและบรรยากาศเงียบสงบ การเดินทางไปเที่ยวชมก็ต้องนั่งเรือหางยาวเข้าไป เพราะตัววัดตั้งอยู่ในเขื่อนศรีนครินทร์

ที่ตั้ง : 85 หมู่ 1 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

8. ทางรถไฟสายมรณะ

Kan_8

ทางรถไฟสายมรณะ เป็นเส้นทางรถไฟแห่งประวัติศาสตร์ สร้างมายาวนานตั้งแต่สมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชียที่กองทัพญี่ปุ่นนำมาสร้าง ทางรถไฟสายนี้เริ่มตั้งแต่สถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรี ข้ามแม่น้ำแควใหญ่โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปจนถึงด่านเจดีย์สามองค์

ช่วงที่เป็นไฮไลท์มีทั้งช่วงที่รถไฟวิ่งข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควและช่วงโค้งมรณะ บริเวณถ้ำกระแซ ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค เพราะรถไฟจะวิ่งเลียบชายหน้าผาสุดหวาดเสียว แต่ก็เป็นภาพที่สวยงามเช่นกัน ซึ่งบริเวณนั้นก็มีรีสอร์ทที่พักริมแม่น้ำแควน้อยให้ได้ไปเที่ยวพักผ่อนกันด้วย

9. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

Kan_9

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ถือได้ว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ไปประมาณ 100 เมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกหินปูน เกิดจากลำห้วยแม่ขมิ้นไหลผ่านลงมาตามชั้นหินปูนน้อยใหญ่ที่ลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้น ๆ มีชั้นใหญ่ ๆ ทั้งหมด 7 ชั้น ได้แก่ ดงว่าน, ม่านขมิ้น, วังหน้าผา, ฉัตรแก้ว, ไหลจนหลง, ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า เรียงตามลำดับชั้นที่ 1-7 มีระยะทางทั้งหมดประมาณ 2,270 เมตร ความสวยงามของที่นี่ก็คือสีของน้ำที่เป็นสีฟ้าเขียวมรกต และยังใสแจ๋ว เย็นฉ่ำ รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สุดร่มรื่น บรรยากาศเงียบสงบ บางชั้นก็สามารถลงเล่นน้ำได้ด้วย ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ย่อม ๆ ของคนที่ชอบใช้วันหยุดไปกับป่าเขา

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้เข้าเที่ยวชมตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
ราคาบัตรเข้าชม : ค่าธรรมเนียมอุทยาน ชาวไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท, ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท
โทรศัพท์ : 06 2325 5498 (อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์)

10. เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔

Kan_10_1

Kan_10_2

เมืองมัลลิกา ร.ศ. ๑๒๔ เป็นดาวเด่นที่ห้ามพลาดของจังหวัดกาญจนบุรี อาณาจักรที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่อดีตในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วยการเนรมิตเมืองโบราณอันสวยงามมาไว้ที่นี่ สร้างบรรยากาศให้เหมือนเมืองในสมัยก่อนมากที่สุด พนักงานขายของด้านในก็แต่งกายด้วยเสื้อย้อนยุค ของกินต่าง ๆ ก็เป็นอาหารและขนมโบราณที่หากินได้ยาก จัดใส่มาในภาชนะทั้งใบตองและแบบไทย ๆ ให้นักท่องเที่ยวใช้อัฐโบราณในการซื้อสินค้า ทั้งนี้ยังให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมใส่ชุดไทยเข้าเดินเที่ยวชมด้วย

ที่ตั้ง : 168 หมู่ 5 ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.
ราคาบัตรค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็กและผู้สูงอายุ 120 บาท
โทรศัพท์ : 0 3454 0884-86

นี่แค่น้ำจิ้มจริง ๆ ค่ะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวกาญจนบุรีเด่น ๆ ใครกำลังหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไว้ไปพักผ่อนช่วงเสาร์-อาทิตย์ กาญจนบุรีก็ถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ เที่ยวได้ทุกเพศทุกวัย ไปกันทั้งครอบครัวยิ่งดี 🙂

ขอบคุณทีมงาน
เที่ยวไปกินไป.com
kapook.com

Comments

comments

shares
%d bloggers like this: