7 นิสัยยอดแย่ ที่ทำให้คุณทำงานไม่เสร็จ!

1. หน้าจอรกเป็นป่าดงดิบ
ถ้างานของคุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ คุณจะอยากจัดการทุกอย่างให้เป็นระเบียบ เพื่อที่จะได้หาเอกสารหรือไฟล์งานที่ต้องใช้ได้เจอ แต่บ่อยครั้งที่เราไม่ได้ตั้งชื่อโฟลเดอร์ต่างๆ ตามสิ่งที่อยู่ข้างใน และบางครั้งก็รีบมากจนอาจจะตั้งชื่อแบบสุ่มๆ ไปก่อน คุณต้องเคยทำแบบนี้แล้วคิดว่า “เดี๋ยวค่อยกลับมาเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์” แน่ๆ และแน่นอนอีกเช่นกัน คุณไม่เคยกลับมาเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์นั้นอีกเลย เมื่องานเพิ่มมากขึ้น โฟลเดอร์บนหน้าจอของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย แล้วทีนี้ละ ที่คุณจะต้องเสียเวลาในการค่อยๆ เปิดหาไฟล์ที่คุณต้องการใช้ไปทีละโฟลเดอร์ๆ

คุณอาจจะคิดว่าคุณชอบให้มันรกๆ แบบนี้ แล้วคุณก็รู้ดีว่าอะไรอยู่ตรงไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คุณยังไม่รับรู้ถึงผลเสียที่จะเกิดขึ้นจากความรกนี้เลย เมื่อคุณเริ่มปล่อยให้หน้าจอของคุณรก คุณจะเริ่มเคยชินกับมัน และสิ่งนี้ก็จะสะท้อนออกไปในงานของคุณ การที่คุณผลักการตั้งชื่อโฟลเดอร์เอาไว้ทำทีหลัง แต่ไม่เคยกลับมาเปลี่ยนชื่อมันจริงๆ แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังผัดวันประกันพรุ่งอยู่

หลายๆ คนมักจะลืมไปว่า ไฟล์ขยะบนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะทำให้ประสิทธิการทำงานของเครื่องลดลง และอาจทำให้เครื่องมีปัญหาระหว่างที่คุณใช้งานมันอยู่ได้ หรืออาจจะทำให้ไฟล์งานของคุณเสียไปเลยก็ได้ พยายามรักษาระเบียบบนหน้าจอของคุณเอาไว้ และดูแลเครื่องของคุณบ้าง มีโปรแกรมดีๆ มากมายที่จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของคุณทำงานได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

Vacant sign

 

2. ใช้เวลาชั่วนิรันดร์ไปกับการหาเพลงที่เหมาะกับการทำงาน
ก่อนที่คุณจะเริ่มทำงาน คุณจะชอบหาเพลงเหมาะๆ เพื่อเป็นกำลังใจและช่วยให้มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ความจริงก็คือ เพลงช่วยให้เราสามารถตั้งสมาธิทำงานได้โดยไม่รู้สึกเครียดหรือกดดันต่างหาก แต่คนส่วนใหญ่กลับหมดเวลาไปกับการหาเพลงที่ถูกใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเวลามาก เพราะเมื่อคุณเปิด playlist ขึ้นมา จะต้องมีเพลงที่คุณอยากเปลี่ยนอย่างน้อย 1 เพลงอยู่แล้ว แล้วคุณก็จะเห็นเพลงอื่นๆ ใน playlist นั้นแล้วก็อยากกดข้ามทุกเพลง แล้วก็วกกลับไปที่เดิม คือการนั่งหา playlist เพลงที่ถูกใจใหม่ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราเสียสมาธิได้ง่ายมาก และใช้เวลานานขึ้นกว่าจะกลับไปทำงานได้อีกครั้ง

อย่ามัวแต่เสียเวลาไปกับการหาเพลงที่คุณอยากฟังเลย เพราะคุณจะกดเปลี่ยนเพลงอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้ เพลงหลายเพลงยังดึงสมาธิของคุณออกจากงานที่ทำอยู่อีกด้วย เพราะว่าคุณกำลังตั้งใจฟังเนื้อเพลงนั้น ดังนั้น หากคุณต้องฟังเพลงระหว่างที่ทำงานไปด้วย ให้ใส่เพลงบรรเลงที่ไม่มีเนื้อเพลงลงใน playlist ของคุณด้วย เพราะเพลงประเภทนี้จะช่วยให้คุณมีสมาธิดีขึ้นและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

woman with headphones

 

3. ตามตัวได้ง่ายทุกครั้งไป
โซเชีลยมีเดียคือส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนในปัจจุบัน เราโพสต์รูป อัพเดทสเตตัส และแชทกับเพื่อนตลอดเวลา มีวิธีในการตามตัวคนๆ หนึ่งอยู่มากมาย ทั้งทาง Facebook, Line, Messenger, Twitter, Skype และรวมถึงการโทรศัพท์และส่งข้อความตามปกติด้วย ช่องทางเหล่านี้มีประโยชน์มากเมื่อคุณต้องการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและครอบครัวที่อยู่ต่างเมืองหรืออยู่กันคนละประเทศ แต่เมื่อเราเสพติดการใช้เทคโนโลยี และเราก็ลืมควบคุมการใช้งานมัน และใช้มันตลอดเวลาแม้แต่ในเวลางาน หากการทำงานของคุณถูกรบกวนจากการอัพเดทของเพื่อนอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่ประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพของงานที่คุณทำจะลดลง คุณควรวางแผนหาเวลาพักช่วงสั้นๆ เพื่อดูการอัพเดทเหล่านี้ แต่ระวังจะเพลินจนใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่รู้ตัวล่ะ

การที่มีคุณตามตัวคุณได้ตลอดเวลา ทำให้คุณเสียสมาธิในการทำงาน
การที่ตอบคำถามและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอเป็นเรื่องปกติมาก แต่มันก็ทำให้คุณเสียสมาธิด้วย ดังนั้น คุณควรหัดปฏิเสธเสียบ้างและช่วยเมื่อว่างจริงๆ หรือในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น

Virtual communication

 

4. นั่งโต๊ะทำงานด้วยท่าที่ไม่ถูกต้อง
ท่านั่งและท่ายืนที่ไม่ถูกต้องทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลงได้ และคุณอาจจะปวดตัวอยู่เสมอเพราะเอาแต่นั่งหลังค่อมด้วย หากคุณมีอาการปวดหลังหรือปวดศีรษะเรื้อรัง นั่นอาจจะแปลว่าคุณมีท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง มันส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมและสุขภาพของคุณ และมันยังส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณด้วย ท่านั่งที่ไม่ดีจะทำให้ร่างกายของคุณอ่อนล้า และเริ่มปวดส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หลัง คอ และไหล่ ซึ่งสามารถส่งผลให้คุณรู้สึกทรมานและกระทบต่ออารมณ์และสมาธิของคุณ

ท่านั่งที่ไม่ถูกต้องส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ และส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของคุณด้วย
เมื่อร่างกายของคุณอ่อนล้า สมองก็จะปฏิเสธที่จะมีสมาธิ การเลือกเก้าอี้และที่วางเท้าที่ดี รวมถึงความสูงของโต๊ะทำงานที่เหมาะสมจะช่วยในเรื่องนี้ได้ ท่านั่งที่ไม่ดีนั้นปกติแล้วเป็นผลมาจากการไม่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเอาแต่นั่งอยู่กับโต๊ะทั้งวัน การออกกำลังกายจะช่วยให้ท่านั่งของคุณดีขึ้น และยังทำให้คุณมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย เพราะว่าคุณรู้สึกมีพลังงานและมีความมั่นใจนั่นเอง

Concentrated Businessman Working On Computer In Office

 

5. ใส่เสื้อผ้าที่ดูดี แต่ไม่สบายตัว
ใครๆ ต่างก็ต้องการดูดีและดูโดดเด่นในที่ทำงาน โดยเฉพาะถ้าคุณต้องติดต่อกับลูกค้าหรือคู่ค้าทางธูรกิจ แต่เสื้อผ้าที่มีความสวยงามทางแฟชั่น มักจะทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เพราะว่าคุณจะไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ง่ายนัก กระโปรงสวยๆ หรือสูทเรียบกริบอาจจะทำให้คุณดูดี แต่มันก็ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายตัวเวลานั่งนานๆ ด้วย คุณอาจจะลองซื้อเสื้อผ้าแบบอื่นบ้าง ที่ทั้งสวยงามแต่ก็สวมใส่สบายด้วย

เสื้อผ้าที่ใส่ไม่สบายทำให้คุณหงุดหงิดกระวนกระวาย
การนั่งทำงาน 8 ชั่วโมงในเสื้อผ้าที่รัดแน่นและไม่สบายตัวจะทำให้คุณกระวนกระวายและเสียสมาธิ เพราะฉะนั้นแล้ว หากคุณคิดว่าเสื้อผ้าไม่ส่งผลต่อการทำงานของคุณแล้วละก็ คุณคิดผิดแล้ว

-ทำงานไม่เสร็จ-4

 

6. เอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน
หากคุณมีเดดไลน์ และคุณไม่สามารถทำงานให้เสร็จทันในเวลางาน คุณส่วนใหญ่มักจะเอางานกลับไปทำที่บ้านต่อเมื่อให้ทุกอย่างเสร็จทันเวลา แต่มันช่วยได้จริงหรือ? คุณได้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพงานของคุณจริงหรือเปล่า? เมื่อชั่วโมงทำงานนานขึ้น หรือทำงานจากที่บ้าน คุณกำลังสูญเสียเวลาที่ควรมอบให้ชีวิตส่วนตัวของคุณไป การจะมีประสิทธิภาพในการทำงานทั้งวันนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

เมื่อหมดเวลางานลง ก็เป็นเวลาสำหรับตัวคุณและครอบครัวของคุณแล้ว
เมื่อคุณผลักดันตัวเองให้ทำมากกว่าที่คุณสามารถทำได้อย่างสบายๆ คุณก็แค่ทำให้ตัวเองเหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น และไม่ได้เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการทำงานในวันต่อไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับของประสิทธิภาพในการทำงานลดลงในแต่ละวันที่ผ่านไป คุณควรทำงานในชั่วโมงทำงาน หลังจากนั้นควรเป็นเวลาสำหรับครอบครัวและตัวคุณเอง

Father With Daughter Running Small Business From Home Office

 

7. กินอาหารเช้าที่ออฟฟิศ
การที่ไม่ตื่นให้เช้าพอสำหรับการดื่มกาแฟหรือกินมื้อเช้าที่บ้านคือข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำ เพื่อให้ได้นอนมากขึ้น คุณเลือกที่จะกินมื้อเช้าที่ออฟฟิศ เมื่อคุณมาถึงที่ทำงาน คุณควรอยู่ในภาวะที่พร้อมจะเริ่มทำงานทันที ไม่ใช่ว่ายังง่วงซึมอยู่ การกินอาหารเช้าที่ออฟฟิศมักจะหมายถึงอาหารขยะหรืออาหารจานด่วนทั้งหลาย ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ การกินมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพคือเรื่องที่จำเป็น เพราะเป็นมื้อที่มอบพลังงานให้คุณ และช่วยให้สมองของคุณทำงานได้ดีขึ้น

Business discussion with breakfast

การกินอาหารเช้าที่ออฟฟิศ มักเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
และเพราะว่าอาหารมีผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานด้านความคิดนี่เอง คุณจึงจำเป็นต้องกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และกินอย่างเพียงพอ การอดอาหารที่ทางเลือกที่ไม่ดี เพราะว่าร่างกายของเราต้องการกลูโคสเพื่อช่วยในการตั้งสมาธิ ของว่างอย่างสลัดไก่ กล้วน หรือถั่ว อาจจะช่วยให้คุณหายหิว แต่การกินอาหารที่หลากหลายอยู่เสมอก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมันจะช่วยให้คุณมีสารอาหารที่ครบถ้วนและทำงานได้ดี

เมื่อคุณตื่นเช้าขึ้น คุณก็จะมีเวลาสำหรับการดื่มกาแฟและกินอาหารเช้าที่มีประโยชน์อยู่ที่บ้าน ซึ่งจะเป็นการช่วยเตรียมร่างกายและจิตใจสำหรับความท้าทายในการทำงาน และช่วยพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของคุณขึ้นได้

เป็นยังไงกันบ้างมีข้อไหนที่ตรงไหม เชื่อว่า 7 ข้อที่ได้ยกมานี้โดนกันเป็นแถบๆ จะถึงยังไงก็ให้รีบปรับเปลี่ยนตัวเองซะใหม่ก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป ก่อนที่บริษัทจะมองหาคนใหม่มานั่งเก้านี้นั้นแทนคุณ

 

ขอบคุณทีมงาน
เที่ยวไปกินไป.com
daily.rabbit.co.th

Comments

comments

shares
%d bloggers like this: